กอ.รมน.สั่งเข้ม ก.ม.ทรัพย์สินทางปัญญา หวังสร้างจิตสำนึกเคารพสิทธิ์

    Home / ประเด็นทางการเมือง / กอ.รมน.สั่งเข้ม ก.ม.ทรัพย์สินทางปัญญา หวังสร้างจิตสำนึกเคารพสิทธิ์

กอ.รมน.สั่งเข้ม ก.ม.ทรัพย์สินทางปัญญา หวังสร้างจิตสำนึกเคารพสิทธิ์

0
เลขาฯ กอ.รมน. กำชับ กอ.รมน.จังหวัด เข้ม ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เน้น “การบังคับใช้กฎหมาย” ให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เคารพสิทธิ์ และช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมอย่างเหมาะสมทันต่อเหตุการณ์ในรูปแบบประชารัฐ
เมื่อวันที่ 22 ส.ค.61 พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกอ.รมน. เผยว่า เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.61) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มีการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 8/2561 โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญ ประกอบด้วย ในปัจจุบันยังมีการตรวจพบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญของประเทศไทยมักหยิบยกการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยมาเป็นประเด็นในการใช้เป็นมาตรการกีดกันและโต้ตอบทางการค้าแก่สินค้านำเข้าจากไทยในบางรายการ

พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง

เพื่อให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลภายใต้ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าหรือ TRIPS Ageement ขององค์การการค้าโลก(WTO) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ กอ.รมน. จึงได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล และประสานงาน บูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้น “การบังคับใช้กฎหมาย” ให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งตลาดที่มีการขายสินค้าละเมิด และตลาดออนไลน์ เข้มงวดสินค้าละเมิดที่นำเข้าหรือออกทางช่องทางผ่านแดน ตลอดจนทำความเข้าใจ และทำความตกลงกับเจ้าของพื้นที่ มิให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดในพื้นที่ของเจ้าของพื้นที่ ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเคารพสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้มาตรการและการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในการจัดอันดับสถานการณ์คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไทย
สถานการณ์ยาเสพติดในห้วงที่ผ่านมายังคงมีความรุนแรง ขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงยาบ้าและไอซ์เข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อชดเชยการตรวจยึดของเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยช่วงฤดูฝนหรือห้วงวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่อาจผ่อนปรนมาตรการตรวจจับ จึงมีการลำเลียงยาเสพติดข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ภาคเหนือ และทางด้านแม่น้ำโขง โดยใช้รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ซุกซ่อนอำพรางมากับพืชผลการเกษตร และมีการใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลวิ่งนำทางเพื่อให้สัญญาณหลบเลี่ยงด่านตรวจ จึงขอให้ กอ.รมน.ภาค, กอ.รมน.จังหวัด ได้แจ้งเตือนประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมไปถึงการให้ มวลชน กอ.รมน. เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังแก้ไขปัญหายาเสพติด
นอกจากนี้ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้เน้นย้ำให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด บูรณาการกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ ได้จัดเตรียมกำลังคน สิ่งอุปกรณ์ และทดสอบความพรั่งพร้อม เพื่อให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างทันท่วงที ตลอดจนประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเหมาะสมทันต่อเหตุการณ์ในรูปแบบประชารัฐ.