คุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่ดีทั่วไป

    Home / ผู้นำทางการเมือง / คุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่ดีทั่วไป

คุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่ดีทั่วไป

0
คุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่ดีทั่วไป ปรากฏอยู่ในสื่อสารมวลชนและตำราที่ใช้ศึกษาโดยทั่วไปผู้วิจัยสรุปได้ว่า ผู้นำต้องมีการศึกษาเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม เข้าใจประเทศของตนอย่างถ่องแท้คือรู้จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรคและโอกาสที่ประเทศของตนมี โดยย่อคือรู้ปัญหาและทางออกจากปัญหาในสังคมของตน มีความจำดีและมีจินตนาการสร้างสรรค์ สามารถคิดยืดหยุ่นตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ดี และตัวผู้นำเองก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจ เอาใจใส่ อดทนและมีความกล้าหาญที่สูงกว่าคนปกติทั่วไป โดยมีหลักพิจารณาดังนี้
๑.ไม่คอรัปชั่นหรือเว้นทุจริตที่เห็นได้ชัดเช่น การคอรัปชั่นสีดำ ที่ประชาชนรับไม่ได้
๒.คุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่เป็นคนดีพิจารณาที่ ๕ ประเด็นคือ
๒.๑ คุณสมบัติส่วนบุคคล ๖ ประการคือ ความรอบคอบติดตามเอาใจใส่ ความซื่อสัตย์จริงใจ ความรู้จักประเทศตนตามเป็นจริง การศึกษา ความสามารถ ประสบการณ์
๒.๒ ทัศนคติ
๒.๓ พฤติกรรม
๒.๔ จิตสำนึกทางการเมือง
๒.๕ อุดมการณ์ทางการเมือง
๓.การได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง รวมทั้งสืบต่ออำนาจเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรมคือ
๓.๑ ไม่ทุจริตในการเลือกตั้ง
๓.๒ ใช้วิธีการหาเสียงเลือกตั้งด้วยความโปร่งใส
๓.๓ ใช้เงินหาเสียงเลือกตั้งตามที่ กกต.กำหนด
๔. การใช้อำนาจทางการเมือง ใช้ไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนใหญ่คือ
๔.๑ การออกกฎหมายอย่างมีคุณภาพ
๔.๒ การบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
๔.๓ การพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิผล
๕.ลงจากอำนาจแล้ว ไปทำอะไรก็ได้ ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงจุดนี้
คุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่ดีทั่วไปจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ
๑.พระไพศาล วิสาโล บอกว่า ผู้นำทางการเมืองที่ดี ควรมีความ เสียสละ กล้าหาญ (กล้าริเริ่ม,กล้าทำสิ่งยาก,กล้ารับผิด)มีความซื่อสัตย์สุจริต มีเมตตากรุณา อดกลั้นต่ออารมณ์ ใจกว้าง รับฟังความเห็นต่าง เปิดโอกาสให้ผู้คนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่หลงอำนาจ รู้จักบันดาลใจคนให้ทำตามโดยไม่ต้องใช้วิธีบังคับ อีกทั้งไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรมและสิ่งยั่วยวน
เขาควรได้อำนาจมาจากวิถีทางที่ชอบธรรม โดยเฉพาะจากการยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อได้อำนาจมาก็ใช้เพื่อจุดมุ่งหมายที่ดีงาม ด้วยวิธีการที่ดีงาม เมื่อลงจากอำนาจ ก็ไม่เศร้าโศกเสียใจหรืออาลัยอาวรณ์ และสามารถดำเนินชีวิตในบทบาทอื่นอย่างมีความสุขและมีคุณค่า
๒.ศ.ปรีชา ช้างขวัญยืน บอกว่า ในความเห็นของผมคุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่ดีทั่วไปกับคุณลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่ดีแบบพุทธก็เป็นเหมือนกัน ไม่ต่างกัน คือเป็นคนดี ไม่เอาอำนาจเป็นจุดหมาย แต่มีจุดหมายที่การนำคนสู่ความสุข ลงจากอำนาจแล้วไปทำอะไรก็ได้ อย่าไปทำชั่วก็แล้วกัน
๓.ศ.ดร.สมภาร พรมทา บอกว่าผู้นำทางการเมืองที่ดี คือเน้นในโลก ผมมองว่า ประเทศที่การเมืองเค้ามันอยู่ตัวแล้ว เช่น อังกฤษ อเมริกา หรืออย่างในยุโรปบางประเทศ คือ มาตรฐานทางการเมืองเค้าสูงกว่าเราอยู่แล้ว ที่มันสูงมันไม่ได้สูงในแง่ประสิทธิภาพนะ แต่สูงกว่าในแง่จริยธรรม คือว่าสังคมเค้ามีกฎกติกา ข้อเรียกร้องทางจริยธรรมว่า ถ้าเป็นแบบนี้เค้าจะไม่เลือกเป็นผู้นำ ถ้าเป็นแบบนั้นเค้าจะไม่เลือกเป็นผู้นำ เค้าค่อนข้างจะชัด เรื่องการโกง การทำธุรกิจไปพร้อมๆกับเล่นการเมืองเนี่ย เค้าจะถือมาก เค้าถือว่ามันเป็นเรื่องทางจริยธรรม แต่ถ้าเป็นประเทศแบบบ้านเราเนี่ย ผมคิดว่า มาตรฐานทางจริยธรรมอันนั้นเรายังไปไม่ถึง แต่ก็น่าสงสัยนะว่า บ้านเราก็เป็นเมืองศาสนา แต่ทำไมชาวบ้านซึ่งบางทีก็เป็นชาวพุทธที่ดี เวลาเราไปบ้านนอก เค้าใส่บาตรพระ มาจำศีล แต่เวลาเลือกผู้แทน บางทีเค้าก็รับเงิน มันแยกๆกันอยู่ ฝากอาจารย์ไปคิดดูหน่อยนะว่ามันจะมีวิธีทำให้ ๒ เรื่องนี้มาอยู่รวมกันได้ยังไง แต่ผมสังเกตดูว่าในต่างประเทศที่จริยธรรมทางการเมืองสูง บางทีก็ไม่ได้มาจากศาสนาหรอก แต่ว่าผู้นำศาสนาที่ดีๆ ของเค้าเนี่ยจะเป็นคนสำคัญที่เป็นเรี่ยวแรงให้ บางทีบ้านเราถ้าเรามีผู้นำอย่างนั้นดีๆ อย่างใน อเมริกาก็จะมีศาลลูกขุนบางคนที่ช่วยทำให้การเมืองมันดี ในฟิลิปปินส์ก็เป็นแบบนั้น ประเทศฟิลิปปินส์ ถ้าบาตรหลวงคาทอลิกไม่มีอิทธิพลนั้น การเมืองจะเละมาก
คือที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าประชาชนอยู่ในระดับที่ทำไร่ทำนา เป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ มาตรฐานทางการเมืองจะต่ำ แต่ยกเว้นบางประเทศ เช่น อินเดีย จริยธรรมทางการเมืองสูงกว่าบ้านเรามาก แต่โดยทั่วๆไป ในฟิลิปปินส์ ลาว พม่า เขมร จะคล้ายๆกัน แต่ผู้นำทางการเมืองนานๆ จะเกิดขึ้นที่ในบางประเทศ ซึ่งลักษณะสังคมพิเศษ เช่น อัฟริกาใต้ และผมคิดว่ากรณีอัฟริกาใต้น่าศึกษา ก็คือว่า เนลสัน เมเดอร์ล่า เค้าติดคุกอยู่ ๒๗ปี เกือบ ๓๐ ปี มีคนเข้าไปดูคุกที่เค้าอยู่ เนี่ยห้องมันเล็กมาก มันกว้างเท่าโต๊ะตัวนี้เอง กางมือยังไม่สุดเลย เค้าอยู่ในนั้นตั้ง ๒๗ ปี พอได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ประโยคแรกที่เค้าพูด คือ เค้าอยากให้คนที่สนับสนุนเค้าลืมในสิ่งที่คนขาวทำกับเค้า คล้ายๆกับให้อภัย แล้วที่มันน่าคิดก็คือว่า ปรกติถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศอื่นๆทั่วๆไป ถ้าขั้วไหนมาคนที่เคยทำงานให้กับขั้วนั้นก็จะถูกเปลี่ยน ยกตัวอย่างสมัยก่อน รัฐบาลประชาธิปัตย์ เค้าจะมีอธิบดีกรม DSI คนนึง กรมนั้นก็ค่อนข้างจะเล่นงานเสื้อแดง พอเสื้อแดงขึ้นมา อธิบดีคนนั้นก็ถูกหมายหัวเอาไว้ มันจะเป็นแบบนี้ตลอดในประเทศที่การเมืองยังไม่พัฒนา แต่ว่าสิ่งที่ประธานาธิบดีอัฟริกาใต้คนนี้ทำ ก็คือว่า เค้าใช้บอดี้การ์ดชุดเดิมกับที่เป็นบอดี้การ์ดของประธานาธิบดีคนที่ผิวขาว ตอนที่เค้าเข้ามาในทำเนียบวันแรก พวกนี้ก็เก็บของลงลังจะไปแล้ว เพราะคิดว่ายังไงก็ถูกโล๊ะหมด แต่คนๆนี้เค้าบอกว่าไม่ พวกคุณเคยทำยังไง ก็เป็นอย่างนั้น เค้าใช้ทีมบริหารชุดเดิมหมดเลย มีตัวเค้าดำๆเท่านั้นที่มานั่งแทน เสร็จแล้วก็ปรากฏว่า คนๆนี้ ก็ทำให้ประเทศอัฟริกาใต้กลายเป็น คนขาวกับคนดำปรองดองกันได้ รักกันได้ มันจะเกิดคนพิเศษแบบนี้นานๆที ซึ่งผมคิดว่า เป็นตัวอย่างของนักการเมืองที่ดี
ผมคิดว่าผมให้น้ำหนักเนลสัน เมเดอร์ล่ามากกว่าคานธี อีก คือ ผมรู้สึกว่า ถ้าพูดเรื่องความซื่อตรงนั้น บางทีเนลสัน เมเดอร์ล่า มีมากกว่าคานธี คานธีบางครั้งยังมีเทคนิคอะไรบางอย่างอยู่ แต่เนลสัน เมเดอร์ล่า เค้าเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าทั้งคู่แล้วท้ายที่สุด แล้วก็ถูกคนที่สนับสนุนตัวเองอยู่เข้าใจผิด คนดำที่เคยทุกข์ทรมานที่เคยโดนคนขาวกลั่นแกล้งเค้าก็เกลียด เนลสัน เมเดอร์ล่าว่าไปเข้ากับศัตรูได้ยังไง เหมือนคานธี ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ถูกพวกฮินดูลงขันมาจ้างฆ่า แต่ว่านักการเมืองที่ดีมันก็จะเป็นแบบนี้แหละ
๔.ผศ.ดร.ร.ท.บรรจบ บรรณรุจิ บอกว่า เขาต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชนได้ ที่มาของอำนาจมีทั้งการแต่งตั้งและการเลือกตั้ง ๒ อย่างนี้มีข้อแตกต่างกัน ไม่ได้เป็นตัวชี้ขาดว่าจะได้คนดีหรือคนไม่ดี ในปัจจุบันต้องได้เสียงมาจากประชาชน ระบบการเลือกตั้งทำให้ตรวจสอบได้ง่ายกว่า สิ่งที่เรียกว่า ประชานิยม ต้องดูว่าประชาชนได้ประโยชน์ไหม เช่น ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ทำให้ประชาชนได้เข้าสู่ระบบการรักษาของสาธารณสุขก็นับว่าดี