ปลุกเลือกพรรคหนุนประชาธิปไตย เปลี่ยนประเทศไทย! พรรค ทษช. บุกเมืองชล

ปลุกเลือกพรรคหนุนประชาธิปไตย เปลี่ยนประเทศไทย! พรรค ทษช. บุกเมืองชล

           พรรค ทษช. บุกเมืองชล ปลุกคนเลือกพรรคหนุนประชาธิปไตย เปลี่ยนประเทศไทย!

 

          พรรค ทษช. บุกเมืองชล – เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง พร้อมกรรมการบริหารและแกนนำพรรค ลงพื้นที่รณรงค์หาสมาชิกภาคตะวันออก โดยมีการการเปิดศูนย์ประสานงานพรรค อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมี น.ส.นิชนันท์​ วังคะฮาต​ ว่าที่ผู้สมัคร​พรรคให้การต้อนรับพร้อมรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่

 

 

          ทั้งนี้ มีประชาชนสะท้อนปัญหาพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนในอ.แสมสาร ซึ่งอาศัยในเขตทหารและโดนขับไล่ออกจากพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้กำลังอยู่ในชั้นศาล และยังมีปัญหาน้ำประปาไม่ไหล ที่สำคัญคือปัญหาประมง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ถูกคำสั่ง คสช.จัดระเบียบ ต้องจัดทำเอกสารที่ยุ่งยากและผู้ประกอบการธุรกิจประมงต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่ต่างสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำไม่สามารถทำมาค้าขายได้

 

          ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ได้ฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนหลายพื้นที่ พบปัญหาเศรษฐกิจที่เผชิญกันทั่วประเทศ ซึ่งมีผลรายงานจากต่างประเทศที่มาเก็บข้อมูลในประเทศไทย พบอุปสรรคสำคัญในการประกอบธุรกิจในไทย 4 อันดับแรก คือ ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ความไม่มีประสิทธิภาพของระบบราชการ นโยบายรัฐที่ไม่ต่อเนื่อง และการไม่มีความสามารถสร้างนวัตกรรม เชื่อว่าคนไทยร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ด้วยการเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปบริหารประเทศ จึงจะสามารถฟื้นฟูและเรียกศักดิ์ศรีของประชาชนและสังคมไทยกลับคืนมาได้

 

 

          นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจที่หลากหลาย แต่กลับเผชิญกับปัญหาทุกเรื่อง โดยบางเรื่องเกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด บางเรื่องรัฐบาลเองทำให้ขาดความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ อย่างการท่องเที่ยวที่ลดวูบลงในระยะหลัง 1 ปีมานี้ มองว่าการแก้ปัญหาต้องใช้รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อสร้างการยอมรับและเรียกความเชื่อมั่นจากต่างชาติ

 

 

 

          ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันขาดอำนาจต่อรองกับต่างชาติ ขณะที่สภาพเศรษฐกิจจ.ชลบุรี ที่ถือว่าได้เปรียบจังหวัดอื่นหลายด้าน ย่อมสะท้อนปัญหาและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อื่นๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งนี้ การออกนโยบายที่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะต้องสามารถทำให้เป็นจริงได้ แต่หากรัฐบาล คสช.ได้ครองอำนาจต่อ นอกจากไม่สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว ยังจะต้องจมอยู่กับปัญหาต่อไปอีก 5-10 ปี

 

 

           นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การรับฟังปัญหาจากประชาชนทำได้หลายรูปแบบ แต่พรรค ทษช.นำคณะผู้บริหารมาจำนวนมาก เพราะต้องการแสดงความจริงใจและจริงจังในการรับฟังปัญหา เพื่อนำสู่การกำหนดนโยบาย

 

 

 

          ยืนยันว่าภายใต้กติกาปัจจุบันที่ผู้มีอำนาจออกแบบมา จำเป็นจะต้องมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง มาทำภารกิจพิเศษ เป็นพรรคชี้ขาดชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งคะแนนเสียงของประชาชนจะนำไปสู่ชัยชนะร่วมกัน

 

 

ขอบคุณที่มาจาก ::  khaosod