เลือกตั้งต้องเสรีและยุติธรรม ประเทศถึงจะเดินหน้าได้

เลือกตั้งต้องเสรีและยุติธรรม ประเทศถึงจะเดินหน้าได้

ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขยับเตรียมคลายล็อกให้การเมืองขยับเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง ทำให้สังคมเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าทุกอย่างน่าจะเดินไปตามโรดแมปซึ่งจะมีการเลือกตั้งในปี 2562

ในงาน “Thailand Focus 2018 : The future is now” โอกาสการลงทุน… ไม่ต้องรออนาคต ในช่วงสัมมนา เรื่อง “การเมืองไทยสู่การเลือกตั้ง” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีไม่กี่คนที่เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งตามที่รัฐบาลบอกว่าจะจัดเลือกตั้งได้เร็วสุดวันที่ 24 ก.พ. แต่ในฐานะพรรคการเมืองก็ดำเนินการบางอย่างที่จำเป็นต้องทำ โดยไม่ละเมิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากไม่จัดการเลือกตั้งในครึ่งปีแรกประเทศจะมีความเสี่ยงเรื่องความมั่นคงของประเทศ เราจับความรู้สึกได้ว่าประชาชนไม่พอใจกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ตอนนี้ จากการสำรวจรายได้ครัวเรือนพบว่าบางจังหวัดที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคเกษตรแต่รายได้กลับลดลงกว่า 30% ซึ่งรัฐบาลไม่ควรเพิกเฉยต่อสัญญาณความไม่พอใจเหล่านี้ เศรษฐกิจของเราตอนนี้กำลังต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการ ต้องพยายามคิดเรื่องกระจายรายได้อย่างเท่าเทียมให้ทุกคนมีส่วนร่วม
“สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ คือ ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรมจึงจะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ สิ่งที่เราห่วง คือ หากการเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างที่ควร จะทำให้ประเทศขาดความน่าเชื่อถือในสายตานานาประเทศ หลังการเลือกตั้งแล้วก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน” อภิสิทธิ์ กล่าว
จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ยิ่งทหารอยู่ในอำนาจนานเท่าไร ก็ยิ่งแย่สำหรับประเทศเท่านั้น ประเทศชาติได้จ่ายแพงมากไปแล้วสำหรับการมีรัฐบาลทหารที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศมีไม่มากเท่าที่ควร ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาล ทำให้เราเสียโอกาสไปมาก
“ที่ผ่านมายังไม่มีการปฏิรูปใดๆ เกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นมา ทั้งการปฏิรูปการเมืองก็ดี หรือการปฏิรูปบ้านเมืองก็ดี ไม่มีใครบอกเลยว่าการปฏิรูปเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นระดับหนึ่ง การส่งออกโตขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับประโยชน์ คนส่วนใหญ่บนท้องถนนบอกเศรษฐกิจยังไม่ดี รัฐบาลต้องดูเรื่องของการกระจายรายได้ว่าทั่วถึงหรือไม่”
สำหรับการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมนั้นจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น จาตุรนต์ ระบุว่า คงไม่เป็นไปตามความคาดหวัง สิ่งที่รู้สึก คือ คสช.ต้องการอยู่ในอำนาจให้นานที่สุดและต้องการเวลาในการเตรียมตัวเองเพื่อให้กลับมามีอำนาจอีกครั้งหลังจากการเลือกตั้ง พวกเขาพยายามทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลงด้วยการใช้อำนาจทางการเมืองบางอย่างทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถขยับตัวหรือมีกิจกรรมกับประชาชน
“มีความพยายามทำให้การเลือกตั้ง ไร้ความหมาย เห็นได้ชัดว่าเราอยู่ภายใต้ระบบที่มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในประเทศนี้ที่อาจพยายาม จะรักษาอำนาจไว้ที่กลุ่มของตัวเอง” จาตุรนต์ กล่าว
จาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคการเมืองควรร่วมมือกันสกัดยุทธศาสตร์ คสช.ที่จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง โดย 1.ให้ คสช.ยกเลิกกฎเกณฑ์การดำเนินการใดๆ 2.ผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งเสรี 3.ป้องกัน คสช.ไม่ให้ตั้งรัฐบาล และ 4.มีจุดยืนร่วมกันไม่ให้แก้ไขกฎหมายที่เอื้อให้ คสช.กลับมาเป็นรัฐบาล ยิ่งทำได้เร็วที่สุดยิ่งดี
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 โดยน่าจะเลื่อนไปครึ่งปีหลังมากกว่า แต่คิดว่ายังไงมันก็ควรจะเกิดขึ้นในครึ่งปีแรก ไม่งั้นจะเกิดความเสี่ยงต่อประเทศ โดยสิ่งที่ประเทศนี้ต้องการ คือ การเลือกตั้งเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชน ถ้ามีนโยบายดีๆ คนดีๆ ที่พร้อมเราสามารถชนะได้
“ผลของการเลือกตั้งจะบ่งชี้ถึงอนาคตของประทศเราเอง สำหรับผมก็เล่นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องกังวลอะไรล่วงหน้า” อนุทิน กล่าว
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้มองว่าใครจะมาเป็นคู่แข่งหลังการเลือกตั้ง การเลือกตั้งจะบอกเองว่าแต่ละพรรคจะเดินทางไปไหน ส่วนจะผลักดันนโยบายใดบ้างนั้น เวลานี้จีดีพีโต 4.6% แต่ส่วนตัวคิดว่าเรากำลังมีปัญหาเพราะมีการกระจายรายได้ไม่ทั่วถึง ไปหยุดอยู่ตรงไหนสักที่ที่ทำให้คนไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดี เราควรมาคิดว่าจะมีโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ มากกว่าการลงทุนสร้างสิ่งต่างๆ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องอีอีซี ในเมื่อคนทั้งประเทศยังต้องการความช่วยเหลือ มิฉะนั้นความเจริญจะไปกระจุกอยู่แต่เพียงที่เดียว