“บิ๊กตู่”พอใจเสียงตอบรับเปิดเพจเฟซบุ๊ก

บิ๊กตู่พอใจเสียงตอบรับเปิดเพจเฟซบุ๊ก

นายกรัฐมนตรีพอใกับกระแสตอบรับหลังเปิดเพจเฟซบุ๊ก เผยมีทั้งคนด่าและชมเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อวันที่16 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนขึ้นประชุมกับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงกระแสที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การเปิดบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเพจทั้งเฟซบุ๊กแล้ว มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนด่าและชม แต่ท่านถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะเปิดแค่1วันมีผู้มากดติดตามถึง1แสนคน สำหรับการประชุมของคณะรัฐมนตรีที่น่าสนใจวันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมโยกย้ายข้าราชการระดับสูง 10 ตำแหน่ง ระดับอธิบดี3ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการกระทรวง 7 ตำแหน่ง ในที่ประชุมพิจารณาแต่งตั้งในช่วงกลางเดือนนี้ ซึ่งเป็นล็อตสุดท้ายของกระทรวงเกษตรฯ และคาดว่าที่ประชุมอาจมีมารื้อร่างพระบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ภายหลังให้คณะกฤษฎีกานำกลับไปทบทวนเรื่องการขึ้นทะเบียนแมวที่มีอัตราที่สูงก่อนหน้ารัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงกลัวเป็นภาระให้กับประชาชน

ชี้หากคสช.ไม่ยอม เลือกตั้งใหญ่จะเกิดครหาอื้อ

อดุลย์ เขียวบริบูรณ์

วันนี้ (16 ก.ย.) นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา กล่าวถึงกรณีตามที่คสช.ได้ใช้มาตรา 44 คลายล็อคให้กับพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองว่า คสช.ควรจะปลดล็อกให้พรรคการเมืองและประชาชนทั่วไปมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกกันอย่างเสรี เพื่อที่จะทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้รัฐบาลที่มีธรรมมาภิบาลอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องการ การที่คสช.ยังไม่ยอมปลดล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมโดยอิสระ จะทำให้เกิดข้อครหาตามมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องต้องการสืบทอดอำนาจ จะก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างไม่มีวันสิ้นสุดิ ดังนั้นเมื่อคสช.คล้ายล็อกให้พรรคการเมืองได้ ในโอกาสนี้ก็ควรเป็นหน้าที่ของคสช.ที่ต้องคืนสิทธิ์ให้กับประชาชนกลับเข้าสู่สภาพเดิมตามระบอบประชาธิปไตยโดยไม่มีเงื่อนไขและข้อแม้ใดๆ ทั้งนี้เพื่อให้ ประชาชน กลุ่มบุคคล กลุ่มนักศึกษาหรือกลุ่มรักประชาธิปไตย ได้แสดงออก หรือ ออกมาเรียกร้องในการแสดงความต้องการตามสิทธิที่พึ่งมี ฉะนั้นจึงขอให้รัฐบาลคสช.ปลดล็อกให้กับประชาชนคนไทยโดยการคืนสิทธิของประชาชนที่คสช. เหมารวมว่าเป็นกลุ่มการเมืองหรือนักการเมืองหรือพรรคการเมืองโดยเร่งด่วน

ปชป.ปรับภาพลักษณ์โหวต’หัวหน้าพรรค’

ปชป.ปรับภาพลักษณ์โหวต'หัวหน้าพรรค'

นับเป็นการเปิดเกมรุกทางการเมืองครั้งสำคัญของประชาธิปัตย์ เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัดเจนว่าการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคที่กำลังจะเกิด พรรคจะเปิดให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรคผ่านแอพพลิเคชั่น พร้อมกางไทม์ไลน์กำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจน บทสมมติฐานที่ว่าจะมีการคลายล็อกทางการเมืองช่วงกลางเดือน ก.ย. อันจะเปิดให้พรรคสามารถแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อรองรับกระบวนการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค คู่ขนานไปกับการเปิดรับสมาชิกพรรคเพิ่มเติม จากนั้นกลางเดือน ต.ค. สามารถเปิดให้สมาชิกพรรคออกเสียงและประกาศผลได้ในเดือน พ.ย. ถือเป็นการต่อยอดจากที่เคยประกาศ เดินหน้าโรดแมป “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่” ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเปิดตัวแอพพลิเคชั่นยืนยันความเป็นสมัครสมาชิกพรรค และเตรียมจะขยายผลต่อเนื่องถึงช่องทางการลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคของสมาชิกต่อไป แกนนำประชาธิปัตย์หลายคนยืนยันว่าผลจากการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคของสมาชิกพรรคจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรคต้องยึดถือ หากไปเลือกคนอื่นที่สมาชิกไม่ได้เลือกคงเป็นไปได้ยาก การหยั่งเสียงครั้งนี้จึงมีความสำคัญ ไม่ใช่แค่ทำเป็นพิธีเท่านั้น ก้าวย่างของ “ประชาธิปัตย์” จึงถือเป็นการพลิกเอาจุด “สุ่มเสี่ยง” เรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคที่อาจบานปลายกลายเป็นความระหองระแหง พลิกมาเป็นความได้เปรียบในเชิงภาพลักษณ์ที่เน้นการมีส่วนร่วมแบบให้สมาชิกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง “ปัจจุบันข้อบังคับของพรรคกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วย สส. และประธานสาขาพรรคเป็นหลัก เป็นผู้มีสิทธิเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งก็สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ที่ออกมาอยู่แล้ว แต่ผมมองว่าประชาธิปัตย์สามารถเป็นผู้นำและมีความก้าวหน้ากว่านี้ได้” อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง มีความจำเป็นที่จะให้สมาชิกพรรคและประชาชนในวงกว้างเข้ามามีส่วนร่วม มากกว่าการปล่อยให้การกำหนดตัวผู้บริหารและทิศทางของพรรค จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มอดีต สส.และผู้บริหารพรรคในปัจจุบัน “ในอดีตเราไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างนี้ได้ แต่ในปัจจุบันการลงคะแนนผ่านโทรศัพท์มือถือทำได้ไม่ยากแล้ว การหยั่งเสียงเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะให้สามารถทำได้โดยใช้แอพพลิเคชั่นผ่านทางโทรศัพท์ได้” ในทางปฏิบัติการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมเลือกหัวหน้าพรรคโดยตรงนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงแล้ว อีกด้านยังช่วยลดแรงเสียดทานที่จะตามมาในอนาคต ที่ผ่านมาอภิสิทธิ์เคยประกาศ ลาออกจากตำแหน่งหลังแพ้การเลือกตั้งในอดีต แต่ก็ถูกเลือกกลับมาใหม่ … Read moreปชป.ปรับภาพลักษณ์โหวต’หัวหน้าพรรค’

รัฐบาลจะปลดล็อกในเดือน ธ.ค.หลังจาก พ.ร.บ.เลือกตั้ง

พ.ร.บ.เลือกตั้ง

รัฐบาลจะปลดล็อกในเดือน ธ.ค.หลังจาก พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ ทำให้พรรคการเมืองมีเวลาจัดทำนโยบายและหาเสียง 70 วัน ขณะที่พรรคการเมืองเห็นว่า คสช.ให้เวลาจัดทำนโยบายและหาเสียงน้อยเกินไป นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นเอา 150 วัน เลยหรือไม่ แล้วไปเลือกตั้งกัน 5 พฤษภาคม 2562 อย่างนั้นหรือ หรือถ้าจะเอา 210 วัน ก็ได้ ทั้งที่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดใดๆ ทั้งนั้น และว่า คราวก่อนที่ยกตัวอย่างสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และพรรคกิจสังคม เพื่อให้รู้ว่า สั้นๆ เคยมีเช่นนั้น แล้วมีสื่อบางฉบับระบุว่า สั้นนั้นแหละดี เพราะถ้ายาวเกินไปเปลืองเงินหาเสียง เรื่องเวลาในการหาเสียงของพรรค ไม่ว่าจะเป็น 60 หรือ 40 วัน หรือแม้แต่ 20 วันเศษ ไม่น่าจะเป็นปัญหามากนัก หากก่อนหน้านั้น พรรคต่างๆ สามารถเคลื่อนไหว ดำเนินการตระเตรียมต่างๆ สามารถติดต่อสื่อสารกับสมาชิกพรรค ทำกิจกรรมต่างๆ … Read moreรัฐบาลจะปลดล็อกในเดือน ธ.ค.หลังจาก พ.ร.บ.เลือกตั้ง

ปรับครม.โค้งสุดท้าย ปูทางเลือกตั้ง

ปรับครม.โค้งสุดท้าย ปูทางเลือกตั้ง

เส้นทางสู่ “เลือกตั้ง” เตรียมเริ่มต้นเดินหน้าอย่างเป็นทางการ หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ประกาศใช้ ซึ่งตามปฏิทินการเมืองคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ สอดรับไปกับกระบวนการเตรียมความพร้อมต่างๆ ที่เริ่มขยับ โดยเฉพาะมาตรการเตรียม “คลายล็อก” แก้ไขคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 53/2560 เปิดให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุมพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหาร กำหนดนโยบาย และเรื่องอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด นับเป็นสัญญาณ “เริ่มต้น” ที่พรรคการเมืองจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งหลังถูกแช่แข็งนานกว่า 4 ปี แม้จะเป็นการขยับที่อยู่ในกรอบโดยไม่สามารถทำกิจกรรมการเมืองหรือหาเสียงได้อย่างอิสระก็ตาม ในจังหวะเวลาใกล้เคียงกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เตรียมประกาศความชัดเจนทางการเมืองว่าจะวางบทบาทและสถานะของตัวเองจากนี้ต่อไปอย่างไร นำมาสู่กระแสข่าวการปรับ ครม. ประยุทธ์ 6 ที่น่าจะเป็นการจัดวางขุมกำลังครั้งสุดท้ายเพื่อเตรียมพร้อม เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แม้ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จะรีบออกมาปฏิเสธข่าวปรับ ครม. แต่ก็ยังไม่อาจคลายความเคลือบแคลงให้หมดไป เพราะบทเรียนจากในอดีตสะท้อนให้เห็นว่าหลายเรื่องที่เคยปฏิเสธในตอนแรก แต่สุดท้ายก็กลับมาเกิดขึ้นแบบสวนทางกับสิ่งที่เคยปฏิเสธไป ยิ่งหากจับน้ำเสียงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งแม้จะปฏิเสธ ข่าวการปรับ … Read moreปรับครม.โค้งสุดท้าย ปูทางเลือกตั้ง

กอ.รมน.สั่งเข้ม ก.ม.ทรัพย์สินทางปัญญา หวังสร้างจิตสำนึกเคารพสิทธิ์

พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง

เลขาฯ กอ.รมน. กำชับ กอ.รมน.จังหวัด เข้ม ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เน้น “การบังคับใช้กฎหมาย” ให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เคารพสิทธิ์ และช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมอย่างเหมาะสมทันต่อเหตุการณ์ในรูปแบบประชารัฐ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.61 พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกอ.รมน. เผยว่า เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.61) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มีการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 8/2561 โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญ ประกอบด้วย ในปัจจุบันยังมีการตรวจพบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญของประเทศไทยมักหยิบยกการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยมาเป็นประเด็นในการใช้เป็นมาตรการกีดกันและโต้ตอบทางการค้าแก่สินค้านำเข้าจากไทยในบางรายการ เพื่อให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลภายใต้ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าหรือ TRIPS Ageement ขององค์การการค้าโลก(WTO) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ กอ.รมน. จึงได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล และประสานงาน บูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง … Read moreกอ.รมน.สั่งเข้ม ก.ม.ทรัพย์สินทางปัญญา หวังสร้างจิตสำนึกเคารพสิทธิ์

นายกฯ ถกงานมั่นคง จี้ตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน เร่งติดกล้อง CCTV

พล.อ.ประยุทธ์-จันทร์โอชา

“นายกฯ” นั่งหัวโต๊ะถกความมั่นคงตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน พร้อมสั่งเร่งติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ย้ำงานความปลอดภัยทางทะเล การท่องเที่ยว ค้ามนุษย์ต้องบูรณาการใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับการทำงาน เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 22 ส.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 2/2561 ว่า เป็นการประชุมตามวงรอบ ทำแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านความมั่นคง ความมั่นคงเป็นพื้นฐานของประเทศในเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย วันนี้อยากจะสร้างความเข้าใจว่าปัญหาด้านความมั่นคงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จะเห็นว่าเราเขียนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ทุกฝ่ายต้องเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทั้งสิ้น เช่น บทบาทความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจ เพราะสัมพันธ์เกี่ยวกับด้านต่างประเทศ เราพยายามร้อยรัดหลายๆ อย่างเข้ามา แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามีบทบาทเหนือเขา แต่มีบทบาทที่เหมาะสมไปตามปัจจัยภายในภายนอกของโลกใบนี้ ซึ่งมีกับประเทศไทยทั้งสิ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการหารือเรื่องการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) รวมถึงพูดคุยเรื่องการรักษาความปลอดภัยทางทะเล เช่น การท่องเที่ยวทางทะเล การค้ามนุษย์ การลักลอบข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งต้องบูรณาการโดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงาน