ปชป.ตั้ง”ชุมพล”คุมเลือกหัวหน้าพรรค

ปชป.ตั้งชุมพลคุมเลือกหัวหน้าพรรค

ปชป.ตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งของพรรค 5 คน มี “ชุมพล กาญจนะ” เป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่กำหนดกติกาดำเนินการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งของพรรค 5 คน โดยแต่งตั้งนายชุมพล กาญจนะ เป็นประธาน ส่วนกรรมการ ได้แก่ นายธนา ชีรวินิจ นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด และนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อทำหน้าที่กำหนดกติกาดำเนินการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งนี้ ได้กำหนดจุดลงคะแนนเพิ่มเติม หลังจากเวลา 17.00 น. ของวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่เปิดให้มีการหยั่งเสียง จะมีการสรุปผลส่งให้คณะกรรมการบริหารพรรครับทราบทันที และหน้าที่ กกต.พรรคก็จะสิ้นสุดลง ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 2 พร้อมทีมเพื่อนหมอวรงค์ จัดกิจกรรมนั่งแท็กซี่เคลื่อนขบวนออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปพบกับกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่ ที่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ซอย … Read moreปชป.ตั้ง”ชุมพล”คุมเลือกหัวหน้าพรรค

สามมิตร-พลังประชารัฐ จัดฉากสลายกระแสดูด

สามมิตร-พลังประชารัฐ

ตัดกันไม่ขาดสำหรับพรรคพลังประชารัฐ และกลุ่มสามมิตร ที่ทำการเมืองแบบ คู่ขนานกันมาได้พักใหญ่ สุดท้ายได้ฤกษ์เตรียมผนึกกำลังรวมตัวเดินหน้าลงสนามเลือกตั้งแบบไม่มีพลิกโผ ล่าสุด สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำ กลุ่มสามมิตร ออกมาสยบกระแสข่าวความขัดแย้ง​ ส่งสัญญาณชัดเจนเตรียมขนสมาชิก 70 คน อันประกอบด้วย อดีต สส.ประมาณ 30 คน และนักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงนักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ประเภทดาวฤกษ์ 40 คน ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในสัปดาห์หน้า ปัญหาก่อนหน้านี้อยู่ตรงที่กระแสข่าวความขัดแย้งเรื่อง “พื้นที่” จนกระทบไปถึงการวางตัวส่งผู้สมัคร สส.ของ สองฝั่ง ซึ่งเกิดการทับซ้อนและเคลียร์กันไม่ลงตัว เมื่อฝั่ง “กลุ่มสามมิตร” ซึ่งชักชวนผู้สมัครซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตสส.จากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง บางส่วนเข้ามาดังที่ปรากฏเห็นความเคลื่อนไหวมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่กลับยังไม่มีสัญญาณความชัดเจนจากฝั่งพลังประชารัฐ ขณะที่อีกด้านเริ่มปรากฏรายชื่อว่าที่ผู้สมัครซึ่งผลักดันมาจากฝั่งของทั้งแกนนำพลังประชารัฐและฝั่งทหาร จนเกิดความขัดแย้งส่อเค้าถึงขั้นจะแยกทางกันเดิน ปัญหานี้ทำให้ต้องเตรียมหาทางออกอย่างเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับด้วยกันทุกฝ่ายด้วยการทำโพลผู้สมัครในพื้นที่ที่มีความทับซ้อนกัน เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยากที่ “พลังประชารัฐ” และ “กลุ่มสามมิตร” จะสามารถแยกกันเดิน เพราะด้วยสายสัมพันธ์อันแนบแน่นมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันที่แทบจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังจะเห็นจากรายชื่อกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ ก็มีแกนนำจากกลุ่มสามมิตร เข้าไปนั่งเป็นกรรมการอยู่ด้วย ทั้ง อนุชา นาคาศัย … Read moreสามมิตร-พลังประชารัฐ จัดฉากสลายกระแสดูด

บิ๊กตู่ชี้ 4 รมต.ร่วมงานพรรคพลังประชารัฐเป็นเรื่องส่วนตัว

บิ๊กตู่

“ประยุทธ์” ชี้ 4 รัฐมนตรีเข้าพรรคการเมืองไม่ขัดกฎหมาย- ไม่ต้องลาออก ย้ำเป็นเรื่องส่วนตัว แนะแยกให้ชัดนโยบายประชารัฐ กับ พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล ไปร่วมทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ(พปรช.) ต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การที่รัฐมนตรีไปทำงานการเมืองนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละบุคคล พูดมาหลายครั้งแล้ว และย้ำเตือนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ด้วย รวมถึงช่วงที่เขามาขออนุญาต โดยได้บอกไปว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน อย่าทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเสียหาย เพราะในการบริการราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีทั้ง 4 คน ไม่ใช่ผู้ตัดสินหลักใน ครม. เพราะการจะออกมติอะไรจะต้องเป็นมติของครม.ทั้งคณะ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี “คงไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น ไม่ได้เอื้อประโยชน์อย่างเช่นที่ผ่านมา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะหลายคนออกมาพูดว่าจะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเคยเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า แล้วใครเป็นคนทำ ถ้าไม่มีก็แล้วไป แต่ขอร้องอย่ามาอ้างว่าวันนี้จะมีการทำอย่างนั้นอย่างนี้ รัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดการเอื้อประโยชน์อยู่แล้ว เราจะดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป สานต่องาน รักษาความสงบเรียบร้อย อะไรผิดกฏหมาย ก็ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว เมื่อถามย้ำว่า … Read moreบิ๊กตู่ชี้ 4 รมต.ร่วมงานพรรคพลังประชารัฐเป็นเรื่องส่วนตัว

“บิ๊กจิ๋ว” เสนอทางออกตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

พล.อ.ชวลิต แถลง.

พล.อ.ชวลิต แถลง เสนอทางออกประเทศ ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล ด้าน “จตุพร” ขอ “ประยุทธ์” ลาออกจากนายกฯ และหัวหน้า คสช. ก่อนลงเล่นการเมืองเพื่อความเท่าเทียม เมื่อวันที่ 28 ก.ย. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายเผด็จ ภูรีปฎิภาน แกนนำ นปช. เจ้าของนามปากก “พญาไม้” ร่วมแถลงทางออกประเทศที่บ้านพักในซอยกาญจนาภิเษก 10/4 รามอินทรา เขตคันนายาว พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เพราะไม่ปฎิบัติตามแนวทางที่พระมหากษัตริย์ได้สั่งการไว้ จึงเป็นปัจจัยทำให้ประเทศถดถอย เกิดความยากจน ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้ต้องการให้ทะเลาะกัน ขับไล่ หรือประณามใคร แต่อยากให้คนไทยร่วมกันอย่าหวั่นไหวในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยแนวทางแก้ไข คือ มอบสิทธิ เสรีภาพ ให้ประชาชนได้เรียนรู้ คืนอธิปไตยให้กลับสู่สามอำนาจบริหาร ใช้หลักกฎหมายกับศาล และทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยประชาชนเพื่อประชาชน “ขณะนี้แนวทางประชาธิปไตยที่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยขาดมาก แต่คิดว่ากระบวนการประชาธิปไตยจะเกิดในเร็ววันนี้ ซึ่งมีกระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนแล้ว และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว … Read more“บิ๊กจิ๋ว” เสนอทางออกตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

“บิ๊กป้อม โต้ปมเกาะโต๊ะ พร้อมช่วยงานการเมือง”บิ๊กตู่”

บิ๊กป้อม

พล.อ.ประวิตร พร้อมหนุน นายกฯ เล่นการเมือง แบะท่าพร้อมช่วยงานต่อ แต่ไม่อยากเป็นนักการเมือง เชื่อทนแรงเสียดทานได้ปัดตั้ง “สนธยา”เอื้อเลือกตั้ง โต้”ทักษิณ”พูดไปเอง ปมเกาะโต๊ะ เมื่อวันที่ 26 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ประกาศความสนใจงานทางการเมือง ว่า ส่วนตัวนั้นขอคิดดูก่อนและจะต้องรอดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณาให้มาช่วยงานในส่วนใดหรือไม่ และเชื่อว่างานด้านความมั่นคงยังมีอีกหลายคนที่สามารถดูแลได้ ทั้งนี้ถ้าจะให้ตัวเองลงสมัครสังกัดสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง ส่วนตัวก็คงไม่สนใจ เพราะไม่อยากจะเป็นนักการเมือง แต่สามารถทำงานการเมืองได้ และมั่นใจว่าถ้านายกรัฐมนตรี จะลงเล่นการเมืองภายหลังการเลือกตั้งคิดว่าจะไม่มีอะไรมาเป็นแรงเสียดทานเพราะเชื่อว่า 4ปีที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ทำงานมาเยอะ และรับกับทุกสถานการณ์รวมถึงทำงานร่วมกับนักการเมืองได้ แม้จะไม่มีมาตรา 44 ก็ตามขณะที่ส่วนตัวพร้อมสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ส่วนนายกรัฐมนตรีจะอยู่สังกัดพรรคพลังประชารัฐหรือพรรคอื่นๆก็ยังไม่ทราบและขึ้นอยู่กับการตัดสินของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวแสดงความมั่นใจด้วยว่าประชาชนยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ โดยดูจากผลสำรวจที่ประชาชนยังรักและอยากให้ทำงานต่ออีก 4 ปี ส่วนเหตุผลที่กลัวว่าจะเสียของหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะคนที่ตั้งใจทำก็กลัวคนที่จะมาทำต่อละเลยซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชน และคนที่เข้ามาก็ต้องทำให้ประชาชนรัก เพราะความสำคัญที่สุดคือประชาชน เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ทางทางนายกรัฐมนตรีใช้ม. 44 ตั้งนายสนธยา คุณปลื้มเป็นนายกเมืองพัทยาจ.ชลบุรี ว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร … Read more“บิ๊กป้อม โต้ปมเกาะโต๊ะ พร้อมช่วยงานการเมือง”บิ๊กตู่”

“ทักษิณ” เฮ! คดีที่ดินรัชดาฯ ใกล้หมดอายุความ 21 ต.ค.นี้

ทักษิณ

คดีที่ดินรัชดาฯ ใกล้หมดอายุความ 21 ต.ค. แต่ “ทักษิณ” กลับยาก เหตุชนักติดหลักเพียบ หมายจับเอ็กซิมแบงก์-หวยบนดิน-ปล่อยกู้กรุงไทย-แปลงสัญญาโทรคมนาคม-ก่อการร้ายปี 53 คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (ขณะนั้น) ซื้อที่ดินรัชดาฯ จำนวน 33 ไร่ 78 ตารางวา ในราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2561 และนายทักษิณได้หลบหนีคำตัดสินดังกล่าวอยู่นอกประเทศนั้นกำลังจะสิ้นสุดอายุความแล้ว เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา ในหมวด 9 เรื่องอายุความ มาตรา 98 ระบุว่า เมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้ใด ผู้นั้นยังมิได้รับโทษก็ดี ได้รับโทษแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาเพื่อรับโทษนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีแล้วแต่กรณี เกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ เป็นอันล่วงเลยการลงโทษ จะลงโทษผู้นั้นมิได้ (1) ยี่สิบปี สำหรับโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุก ยี่สิบปี … Read more“ทักษิณ” เฮ! คดีที่ดินรัชดาฯ ใกล้หมดอายุความ 21 ต.ค.นี้

เพื่อไทยเมินกลุ่มสามมิตรมั่นใจคะแนนเสียงเป็นที่หนึ่ง

เพื่อไทยเมินกลุ่มสามมิตรมั่นใจคะแนนเสียงเป็นที่หนึ่ง

“เพื่อไทย” เดินหน้าจัดประชุมใหญ่รับรองข้อบังคับใหม่ 3 ต.ค. ได้หัวหน้าใหม่ ไม่เกิน 28 ต.ค. ภูมิธรรม เมิน กลุ่มสามมิตร มั่นใจคะแนนเสียงมาเป็นที่หนึ่งด้าน “หญิงหน่อย” เตรียมสมัครเข้าพรรคเพื่อไทยปลายเดือนนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวหลังการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่าการประชุมวันนี้เป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังมีชีวิตต่อ พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เวลา17.00น. วันที่ 21ก.ย. พรรคจะเผยแพร่ร่างข้อบังคับพรรคที่ผ่านการหารือลงเว็บไซต์พรรค เนื้อหาจะเป็นคำประกาศเจตนารมณ์ คำประกาศอุดมการณ์ คำประกาศนโยบายของพรรค ที่จะกำหนดแนวทางพรรคในอนาคต รวมไปถึงการกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการพรรครูปแบบใหม่ สำหรับการดำเนินการของพรรคหลังจากนี้ วันที่25ก.ย. พรรคจะเปิดรับสมัครสมาชิก วันที่26ก.ย.จะเชิญอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. มาหารือรับฟังข้อบังคับพรรค วันที่ 3 ต.ค.พรรคจะมีการประชุมใหญ่เพื่อรับรองข้อบังคับพรรค โดยมีรักษาการกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคจำนวน 250 คน ประกอบด้วย อดีตรัฐมนตรี … Read moreเพื่อไทยเมินกลุ่มสามมิตรมั่นใจคะแนนเสียงเป็นที่หนึ่ง

นายภราดร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคต่อการปรับข้อบังคับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล

ภราดร เชื่อ ชทพ. ได้สส.เกิน 25 คน พร้อมรับสิทธิ์เสนอชื่อชิงเก้าอี้นายกฯ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคต่อการปรับข้อบังคับ คำประกาศอุดมการณ์ และนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ในส่วนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้หารือกันเบื้องต้นแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะต้องรอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 2 ตุลาคมนี้พิจารณา ทั้งนี้ในความเห็นของตนต่อการกำหนดข้อบังคับว่าด้วยการส่งบัญชีบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่รัฐธรรมนูญระบุเป็นเงื่อนไขให้พรรคต้องดำเนินการ นั้น ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า หัวหน้าพรรคเป็นผู้มีสิทธิในบัญชีดังกล่าวเพียงตำแหน่งเดียว“ตามกติกาที่รัฐธรรมนูญระบุ ว่า พรรคไหนที่ส่งบัญชีรายชื่อผู้ที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ แล้ว เมื่อได้ส.ส. เกิน 25 คน มีสิทธิ์ที่จะเสนอชื่อบุคคลที่สนับสนุนแข่งขันให้โหวตเป็นนายกฯ ซึ่งผมมั่นใจว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้ส.ส. เกินจำนวนดังกล่าวแน่นอนเพื่อให้ได้รับสิทธิ์เสนอชื่อ ส่วนกรณีที่พรรคอาจต้องสนับสนุนบุคคลอื่นหรือลงคะแนนเสียงให้คนของพรรคอื่นเป็นนายกฯ นั้น ตามข้อบังคับพรรคไม่สามารถกำหนดแนวทางได้ เพราะต้องขึ้นอยู่ดุลยพินิจโดยอิสระของส.ส.ของพรรค” นายภราดร กล่าว

ชี้หากคสช.ไม่ยอม เลือกตั้งใหญ่จะเกิดครหาอื้อ

อดุลย์ เขียวบริบูรณ์

วันนี้ (16 ก.ย.) นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา กล่าวถึงกรณีตามที่คสช.ได้ใช้มาตรา 44 คลายล็อคให้กับพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองว่า คสช.ควรจะปลดล็อกให้พรรคการเมืองและประชาชนทั่วไปมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกกันอย่างเสรี เพื่อที่จะทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้รัฐบาลที่มีธรรมมาภิบาลอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องการ การที่คสช.ยังไม่ยอมปลดล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมโดยอิสระ จะทำให้เกิดข้อครหาตามมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องต้องการสืบทอดอำนาจ จะก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างไม่มีวันสิ้นสุดิ ดังนั้นเมื่อคสช.คล้ายล็อกให้พรรคการเมืองได้ ในโอกาสนี้ก็ควรเป็นหน้าที่ของคสช.ที่ต้องคืนสิทธิ์ให้กับประชาชนกลับเข้าสู่สภาพเดิมตามระบอบประชาธิปไตยโดยไม่มีเงื่อนไขและข้อแม้ใดๆ ทั้งนี้เพื่อให้ ประชาชน กลุ่มบุคคล กลุ่มนักศึกษาหรือกลุ่มรักประชาธิปไตย ได้แสดงออก หรือ ออกมาเรียกร้องในการแสดงความต้องการตามสิทธิที่พึ่งมี ฉะนั้นจึงขอให้รัฐบาลคสช.ปลดล็อกให้กับประชาชนคนไทยโดยการคืนสิทธิของประชาชนที่คสช. เหมารวมว่าเป็นกลุ่มการเมืองหรือนักการเมืองหรือพรรคการเมืองโดยเร่งด่วน

เดินหน้าเลือกตั้ง หมดเงื่อนไขยื้อ

เดินหน้าเลือกตั้ง หมดเงื่อนไขยื้อ

หากจะบอกว่าประเทศไทยได้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คง ไม่เป็นเรื่องเกินจริงไปนัก ภายหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พ.ศ. 2561 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ. 2561 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา กฎหมายเลือกตั้ง สว.เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ 100% เมื่อวันที่ 13 ก.ย. แต่สำหรับกฎหมายเลือกตั้ง สส.ยังต้องรออีก 90 วันก่อนถึงจะมีผลใช้บังคับ 100% เหมือนกับกฎหมายเลือกตั้ง สว. การเริ่มนับระยะเวลาของการมีผลใช้บังคับของกฎหมายที่มีความแตกต่างกันดังกล่าว นำมาซึ่งนัยทางการเมืองเกี่ยวกับการนับวันเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ในบทเฉพาะกาล กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน นับแต่วันที่กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ ซึ่งตามข้อเท็จจริงเวลานี้มีกฎหมายที่ว่านั้นที่มีผลใช้บังคับจริงเพียงแค่ 3 ฉบับเท่านั้น เนื่องจากกฎหมายเลือกตั้ง สส.ถูกกำหนดโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่าให้มีผลใช้บังคับภายหลังพ้น 90 วันนับแต่วันที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เท่ากับว่าการเริ่มนับวันเลือกตั้งจะต้องนับเป็น 2 ขยัก … Read moreเดินหน้าเลือกตั้ง หมดเงื่อนไขยื้อ